หน้าเว็บ

Blogger Widgets
วรณัน พินิจดี


Secret Lover ตอนที่ 9

 
วรณัน พินิจดี
                                                                           หน่อย

เธอตกต่ำขนาดว่ายอมขายตัวเลี้ยงครอบครัว

คุณหน่อย (สมมติ) แม้จะอยู่ในวัยเพียงแค่ 17 ปี แต่ชีวิตของเธอก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน หลังสำเร็จการศึกษาระดับ ปวช.หน่อยถูกคำว่ารักล่อลวงให้ไปอยู่กินกับผู้ชายคนหนึ่งจนตั้งท้องและมีลูก แต่แล้วเขาคนนั้นก็เดินจากเธอไปมีผู้หญิงคนใหม่และสร้างครอบครัวใหม่ หน่อยดิ้นรนเพื่อการมีชีวิตรอด เธอพบผู้ชายคนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พวกเขาก็ไม่อาจเป็นที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจให้หน่อยได้เลย เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูตัวเองกับลูก กระทั่งขายตัว หน่อยก็ยอม

 
"หนูเรียนจบ ปวช. หลังจากจบก็มาทำงานกับน้าที่กรุงเทพ ต่อมาแฟนก็มาชอบ เขาหลอกเราว่าจะพาไปเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ช่วงนั้นเป็นวันหยุดหนูก็เลยไปกับเขา แต่พอไปแล้วเขาก็ไม่พากลับ ไม่ให้กลับ พ่อกับแม่หนูก็ตามหา กว่าจะได้กลับมาเจอญาติอีกที หนูก็มีอะไรกับเขาจนตั้งท้อง ที่บ้านก็เลยปล่อยให้เลยตามเลย มารู้ทีหลังว่าเขากับหนูเป็นญาติกัน  เขามาทำงานที่กรุงเทพตั้งแต่เด็กเลยไม่ได้เจอหนู พอมาเจอกันเขามาชอบ ยังไม่ได้รู้จักกันดี เขาก็มาหลอกหนูจนได้เสียมีลูกด้วยกัน"
 

ชีวิตแบบเลยตามเลยของหน่อย ช่วงแรกเป็นชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบาย และดูเหมือนว่าจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น จนกระทั่งเวลาทำให้ทุกอย่างค่อยๆ เปลี่ยนไป

 

"แฟนหนูรับเหมาโรงไฟฟ้าทั่วไปของแต่ละจังหวัดที่มีการขึ้นโรงไฟฟ้า เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อย ไปแทบทุกจังหวัด บางครั้งก็ไปอยู่ที่ภาคใต้เลย ปกติหนูก็จะตามไปทำงานกับแฟนตลอด หนูเป็นคนทำเงินเดือนให้ลูกน้อง มีอยู่พักหนึ่งที่หนูไม่อยากเดินทาง หนูอยากอยู่กับลูก แฟนก็ไม่ว่าอะไรให้อยู่กับลูก แฟนส่งเงินให้หนูเดือนละ 30,000 บาท จนมาพักหลังเขาส่งน้อยลง เหลือ 25,000 บาท 20,000 บาท 15,000 บาท และหลังๆ มาก็คือไม่ส่งเลย หนูโทรไปถามว่า เป็นอะไรทำไมถึงไม่ส่งเขาก็ไม่บอกเราจนผ่านไปหนึ่งปี แม่กับน้าพาไปดูดวงกับพระ พระบอกว่า แฟนมีคนใหม่นะ แต่เขาไม่บอกเรา เขาไม่อยากเลิกกับเราด้วย แล้วทางโน้นเขาก็ไม่อยากเลิก เพราะทางโน้นเขาก็มีตัวเล็กๆอยู่แต่ถามแฟนเขาก็ไม่ยอมบอก ถามมาเป็นปีแล้วก็ไม่ยอมบอก วันนั้นพระบอกว่าถ้าเกิดถามวันนี้แล้วไม่บอกนะ ให้เอาตีนถีบหน้าพระเลย แล้วพอเราถามเขาก็บอกจริงๆว่าเขามีคนใหม่ เขาต้องรับผิดชอบผู้หญิงคนนี้ เราอยู่คนเดียวได้ไหมทางผู้หญิงเขาขอว่า เขาขอได้ไหมผู้ชายคนนี้ หนูเลยบอกว่า 'อยากได้ก็เอาไป'"

 
แม้จะเหมือนคนกล้าได้กล้าเสีย แต่หน่อยก็ยอมรับว่าความรู้สึกตอนนั้นผิดหวังมาก เธอว่ามันเหมือนการโดนอะไรสักอย่างหนึ่งทุบแบบเจ็บๆ แต่ก็ร้องไม่ออก

 
"คือมันเหมือนว่าเราไม่ได้รักเขาตั้งแต่แรกแล้วด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เลยยอมปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ ตอนนั้นมีคนแถวบ้านเขาก็รู้เรื่องหนู ต่อมาเลยมาติดต่อให้ไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี เขาบอกว่าอยากให้ไปเป็นแคชเชียร์ หนูก็คิดว่างานแคชเชียร์ก็แค่เก็บเงิน ทอนเงิน อะไรประมาณนี้ เขาบอกว่ารายได้ดี เราก็มีรายได้เลี้ยงตัวเอง แต่พอมาถึงชลบุรีถึงรู้ว่าเขาให้มาขายตัว หนูคิดว่า เขาคงรู้ว่าหนูเพิ่งถูกแฟนทิ้ง กำลังลำบาก หากชวนมาทำงานก็มีโอกาสที่จะมาทำสูง ครั้งแรกที่มา เขาให้ครั้งหนึ่ง 3,000 บาท ก็ตัดสินใจตั้งแต่หกโมงเย็นจนเกือบสี่ทุ่ม ก็คิดว่าไหนๆก็มาขนาดนี้แล้วต้องทำ ก็เลยลองทำดู หลังจากนั้นแล้วก็ทำมาตลอด"


บางทีอาจเพราะชีวิตไม่มีทางเลือก หรือไม่ก็อาจเพราะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด หน่อยจึงตัดสินใจอยู่กับสิ่งนั้น จนกระทั่งเธอได้พบกับผู้ชายคนใหม่ที่อยากได้มากกว่าความสัมพันธ์รายชั่วโมง


"ทำงานนี้ได้สักประมาณสัก 5 - 6 เดือน หนูก็ได้มาเจอผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นทหารและอยากให้หนูเลิกทำงานนี้ เขาก็เลยเอาหนูไปอยู่ด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ให้เงินเราแม้แต่บาทเดียว แค่ให้อยู่ในบ้านพัก หนูไม่ได้ไปไหนเลย อยู่แต่ในห้องเขาเลยเหมือนถูกกักขัง เหมือนนักโทษ ปิดประตูห้องล็อกหน้าบ้าน ไม่ให้ทำอะไร อยู่ในบ้านอย่างเดียว จนกว่าเขาจะกลับมาจากที่ทำงาน ถึงจะได้ออกจากบ้าน หนูไม่ได้โอนเงินกลับบ้านเลย มีแต่แม่โอนมาให้ แม่โอนมาให้ทีละ 1,000-2,000 บาท เพราะหนูแอบโทรไปขอแม่ ก็เป็นอย่างนั้นประมาณ 6 เดือน หนูเลยตัดสินใจหนีจากทหารคนนั้นไป แต่แล้วเขาก็ตามมาเจอที่ผับ เขาเอาปืนจ่อหัวถามหนูว่า มึงจะกลับไปกับกูหรือไม่กลับ" หนูกลัวมาก ไม่เคยโดนอะไรขนาดนี้ หนีจากแฟนคนโน้นมาเจอคนนี้ ชีวิตทำไมไม่มีอะไรดีเลย หนูต้องกลับไปอยู่กับเขา แต่ก็พยายามหนีเขาถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายหนีได้ เพราะเพื่อนบอกให้ย้ายหนีไปอยู่ที่เครือสหพัฒน์ เขาตามหาตัวไม่เจอ เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย"


ชีวิตของหน่อยเริ่มต้นเหมือนการยอมจำใจเพื่อเป็นทาสกามให้แก่ผู้ชายเห็นแก่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายก็ได้มาทำงานเป็นเรื่องเป็นราวหาเลี้ยงตัว ก่อนจะพบรักกับผู้ชายคนใหม่ในที่ทำงาน


"ตอนหนูมาทำงานโรงงานก็มาคบกับคนใหม่ คบได้ประมาณ 3 ปี ก็เริ่มมีเรื่อง เพื่อนของเขาได้ติดต่อผู้หญิงให้เขา ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่มีเงิน แต่ตอนแรกหนูก็จับไม่ได้หรอก เพราะบางทีแฟนก็อ้างว่าติดประชุมกลับบ้านดึกๆดื่นๆ จนวันหนึ่งผู้หญิงคนนั้นโทรมาหาหนูเลยรู้ว่าแฟนมีกิ๊ก มิหนำซ้ำผู้หญิงคนนั้นจะให้เงิน 30,000 บาท เพื่อที่จะให้หนูเลิกกับแฟน หนูเล่าให้แฟนฟัง แฟนก็บอกว่า อย่าไปฟังเขาต่อมาหนูได้ข่าวว่าผู้หญิงคนนั้นกินยาฆ่าตัวตายต้องเข้าโรงพยาบาล แฟนหนูรีบไปดู กลับมาอีกทีแฟนหนูเอาเงินมาให้หนู 10,000 บาท และให้หนูเลิกกับเขา หนูก็เอาเงินมาและยอมเลิก เพราะมาคิดๆ ดู อยู่ด้วยกันแล้วก็ไม่มีความสุข เลยตัดสินใจเลิก"

หน่อยเป็นไทได้ไม่นานก็พบกับผู้ชายคนใหม่ หากไม่เพราะเหงาก็คงเพราะเธอยังศรัทธาในความรักความสัมพันธ์อยู่ แต่แล้วเรื่องราวก็วนกลับไปสู่วงจรเดิมๆ

"ต่อมาหนูได้เจอกับผู้ชายที่ทำงานอยู่ที่บริษัทอื่น เราก็คบกันได้ประมาณ 6 เดือน คิดว่าเขาดี แต่สุดท้ายเขาก็ไปมีอะไรกับเพื่อนของเราเอง เรารู้เรื่องก็เลยถามไปว่าจะเอายังไง เขาบอกว่าเอาทั้ง 2 คนเลย จนเรารับไม่ได้ก็เลยเลิกกัน จากนั้นก็มาคบกับผู้ชายอีกคน ตอนแรกก็คิดว่าเขาจะดีเหมือนกัน คบกันมาได้ปีกว่าจึงรู้ว่าเป็นคนที่ชอบเล่นการพนัน รู้แล้วแต่ก็ต้องทน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาบอกจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด หนูจึงเอาเงินตัวเองให้เขาไปซื้อของกลับบ้าน 3,000 บาท แต่พอได้เงินเขาไม่ยอมกลับห้องจนเช้า พอกลับมา เขากลับบอกว่าเอาเงินไปเล่นการพนันจนหมดแล้ว เขาบอกว่าเขารู้สึกละอายใจมาก ก็เลยย้ายไปอยู่กับเพื่อน เขาติดการพนันรุนแรงจริงๆ จนกระทั่งถูกจับติดคุก หนูไม่รู้ว่าเขาโดนจับหนูก็ตามหาเขา เพื่อนเขาก็ไม่มีใครรู้ จนเขาออกจากคุก และตอนนั้นเองที่หนูก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง แต่เขากลับไม่ยอมรับว่าเป็นลูกของเขา


เราก็เลยทะเลาะกับเขา เขาบอกว่าให้ไปเอาออก ไม่ใช่ลูกเขา เขาเป็นหมัน หนูก็คิดว่าจะเอาลูกออก วันนั้นหนูเตรียมลาพักร้อนไว้แล้ว ไปยืมเงินมาได้ 5,000 บาท แต่เพื่อนมาทักว่าเขาฝันเห็นลูกหนู คิดไปคิดมาก็สงสารเด็กเลยเอาไว้จนกระทั่งคลอด แต่ผู้ชายเขาก็ไม่มาดูแลเอาใจใส่ไม่เคยเจอกันเลย หนูต้องทำงานส่งเงินให้ลูก ตอนที่ท้องพ่อกับแม่ก็รับไม่ได้ แต่นานวันเข้าพ่อแม่ก็เข้าใจและยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนูอยากฝากให้ผู้หญิงทุกคนว่า จะคบใครก็ดูดีๆ หนูไม่อยากให้ผิดพลาดเหมือนหนู เพราะว่าน้องๆ หลานๆ ที่บ้านก็เป็นอย่างนี้หมด เรามีปัญหาแบบเดียวกัน เรื่องทำนองเดียวกันอย่างนี้ รักๆเลิกๆ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ไม่สมหวังในรักกันซักคน"


ชีวิตของหน่อยไม่ต่างจากนิยายเศร้าๆ เรื่องหนึ่งที่ตัวละครเถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าวันหนึ่งตัวละครตัวนี้เข้าใจในความเป็นไปของชีวิตมากขึ้น เธออาจค่อยๆ ได้เรียนรู้ และพาตัวเองยืนขึ้นอย่างแข็งแรง

 
เรียนรู้จากเรื่องของหน่อย

 
ถ้านิยามของชีวิตคือความผิดหวัง ชีวิตของหน่อยเอง คงเป็นตัวอย่างของความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำล่าเของนิยามนี้

การตัดสินใจในการเลือกคู่ชีวิตของหน่อยดูจะผิดพลาดไปเสียทุกอย่าง เพราะอะไร? ความไม่รู้เท่าทัน ความไม่เข็ดหลาบในความรัก การไม่เลือกสรรอย่างถี่ถ้วน คงไม่มีใครตอบคำถามได้ดีนอกจากตัวหน่อยเอง

อย่างไรก็ตาม หน่อยเองก็เลือกที่จะสะบัดความเศร้า ความคับแค้นทุกอย่าง แล้วเชิดหน้าเดินต่อไป อย่างไม่แคร์อดีตที่ผ่านมา เธอยังคงก้าวเดินแม้ผ่านความผิดพลาดมากมาย แน่นอน ชีวิตยังคงอยู่ หน่อยเองมิอาจหยุดนิ่ง เพราะลูกทั้งสองที่เป็นผลพวงของอดีต คือความรับผิดชอบของคนเป็น แม่ ที่ต้องเลี้ยงดู

 
“ชีวิตอาจถูกกำหนดมาเพียงบางส่วน แต่เชื่อเถิดว่า มันเป็นส่วนที่น้อยกว่าการกระทำของเรา ฉะนั้นควรรู้จักเลือกบนเส้นทางที่ถูกที่ควรเสมอ เพราะหากมีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น จะได้ไม่ต้องไปตีอกชกตัวโทษชะตากรรม”

 

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น