หน้าเว็บ

Blogger Widgets
วรณัน พินิจดี


Secret Lover ตอนที่ 10

 
วรณัน พินิจดี

ไก่

เธอเครียดเรื่องสามีจนต้องไปพบจิตแพทย์


ไก่ (นามสมมุติ) มีเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ชวนหดหู่ใจ เธอเครียดมากเรื่องสามีแอบไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นจนกระทั่งเธอคิดมากและเสียสติ ไก่ต้องไปพบจิตแพทย์ ต้องกินยาเพื่อให้หลับ และเคยคิดกระทั่งจะประชดชีวิตด้วยการไปขายตัวอยู่ภูเก็ต หรือหาสามีฝรั่งรวยๆ ให้รู้แล้วรู้รอดไป หัวใจของไก่เปราะบาง เธอหลั่งน้ำตาเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

 
"หนูแต่งงานกับแฟนมาประมาณ 6 ปี มีลูกด้วยกันหนึ่งคน เป็นลูกสาว เรื่องที่แฟนมีกิ๊กเกิดขึ้นประมาณ 4 ปี แล้ว ตอนนั้นทำงานอยู่ด้วยกันที่โคราช หนูกับแฟนอยู่กันคนละแผนก ตอนที่เขาเริ่มมีคนอื่น หนูสังเกตเห็นเขาเปลี่ยนไป เวลาอยู่กับหนูเขาจะไม่สดชื่น ไม่มีชีวิตชีวา ไม่อยากไปไหน แต่พอเขาอยู่กับเพื่อนๆ ในกลุ่มในแผนกของเขา เขาจะพูดคุยสนุกสนาน หยอกล้อกัน ทั้งๆ ที่เพิ่งไปทำงานด้วยกันได้ไม่นาน เราดูไปดูมาก็มั่นใจว่าต้องเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้แหละ ที่เป็นกิ๊กกับแฟนเรา และมีคนมาบอกหนูว่า ก็ผู้หญิงคนนี้นั่นแหละที่คบหากับแฟนเราอยู่ ทั้งๆที่หนูกับแฟนก็ไปทำงานด้วยกันทุกวัน ผู้หญิงเขาก็เห็นว่าเราเป็นผัวเมียกัน คนที่เล่าให้ฟังบอกว่าผู้หญิงคนนี้เขาเล่นด้วยกับทุกคนที่มาชอบ ระดับหัวหน้างานหรือใครก็ตามที่เขาพอใจ

 
หนูตัดสินใจ ถามแฟนว่าคบกับคนนี้อยู่เหรอ แฟนก็ตอบว่าไม่ใช่ ต่อมาญาติหนูที่ทำงานด้วยกันเขามาเล่าให้ฟังว่า คิดว่าไม่ใช่คนนั้นแต่เป็นอีกคน เราก็เริ่มไปสังเกตดู คนนั้นก็ใช่ คนนี้ก็ใช่ มีอยู่วันหนึ่งหนูจะไปทำโอที แฟนก็ขับรถมาส่ง แต่พอดีหัวหน้าโทรมาบอกว่าไม่ได้ทำโอทีแล้ว ไม่ต้องมา ยกเลิกโอที หนูเลยไปเดินตลาด ก็ปรากฏว่าวันนั้นแหละที่ได้เห็นแฟนไปกับผู้หญิงคนหนึ่ง และพอผู้หญิงเห็นหนูก็ตกใจวิ่งหนีไปเลย ส่วนแฟนหนูก้มหน้าก้มตาไม่รู้จะพูดอะไร เลยเป็นเหตุทำให้หนูไม่ไว้ใจเขาอีกต่อไป เพราะว่าพฤติกรรมมันไม่สอดคล้องกับคำพูด"


เมื่อสัญชาตญาณบอกไก่ว่าสิ่งที่เธอคิดเป็นความจริง หลังจากนั้นไก่ก็ไม่เคยเชื่อมั่นในสามีของเธออีกเลย และยิ่งไม่ไว้ใจ ความระหองระแหงก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตามไป

"จากนั้นมาก็มีปัญหานี้มาตลอด มีเรื่องทีก็คุยกันที แต่มันก็จะมีมาเรื่อยๆ เป็นอย่างนี้มาบ่อยๆ เราทะเลาะกันบ่อยจนหนูเครียด แฟนหนูบอกว่า 'ถ้างี่เง่าเขาจะขอเลิก จะหย่าแล้ว จะไม่เอาแล้ว' หนูเลยพูดออกมาประโยคหนึ่งว่า นี่เป็นสิ่งที่พี่ไม่ได้คิดอะไรนะ แค่มีปัญหากันแค่นี้กับผู้หญิงที่พี่ไม่คิดอะไร พี่ยังสามารถจะทิ้งลูกทิ้งเมียได้หนูพูดอย่างนี้ไป เขาคิดอยู่สักพักหนึ่ง แล้วเขาก็เงียบไป เงียบไปเฉยๆ เขาว่าให้อารมณ์เย็นๆแล้วก็มาคุยกันใหม่ ไปๆมาๆเรื่องนี้มันก็ไม่จบสักที หนูเลยเป็นโรคเครียด ต้องไปหาหมอ หมอก็ให้ยามากิน มียาตัวหนึ่งที่กินแล้วมันจะทำให้นอนหลับ หนูคุยเรื่องนี้กับแฟนไม่ลงตัว ไม่จบซักที หนูเลยกินยาเกินขนาดจนต้องไปล้างท้อง เลยได้ไปพบคุณหมอแผนกจิตเวช เขาก็แนะนำว่า เราจะรักใครถึงแม้ว่าแต่งงานกัน ให้แบ่งใจหน่อยอย่าทุ่มเทให้เขาเยอะ ว่าถ้าเกิดเราเป็นอะไรไปลูกเราก็ยังเล็ก


ไก่เหมือนได้รับการเยียวยา จากทั้งทางการแพทย์และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ที่เหมือนน่าจะช่วยให้จิตใจแข็งแกร่งขึ้นมาได้ แต่ความจริงเธอเปราะบาง


"หนูก็ทำใจ ตั้งสติ และให้โอกาสเขา แต่หนูกลับไปทำงานที่เดิมไม่ได้ หนูเลยออกไปทำงานที่ใหม่ แทนที่จะดีกลับเป็นว่าเรื่องมันก็หนักกว่าเดิม หนูเลยกลับไปหาลูกระยะหนึ่ง วันที่หนูกลับมาหาเขา หนูโทรบอกให้เขาไปรับ เขาก็บอกว่าเข้าห้องน้ำอยู่ โทรมาหลายครั้งเขาก็ไม่ยอมรับสักที แล้วก็บอกว่าเข้าห้องน้ำ พอกลับมาถึงห้อง หนูมาดูที่นอนมันก็ขยุกขยิก มีกลิ่นอะไรมันคลุ้ง หนูให้เขาถอดกางเกงออกให้ดู ปรากฏว่ามีทิชชูติดอยู่ที่ 'ของๆ' เขา หนูถามเขาว่า เอาใครมานอน!เขาก็บอกว่า เขาช่วยเหลือตัวเอง หนูเลยถามกลับ ช่วยเหลือตัวเองจนที่นอนมันเป็นแบบนี้เลยเหรอ  เรื่องนี้ก็จบไป เพราะเราจับคาหนังคาเขาไม่ได้ แต่หลังจากนั้นหนูก็เริ่มสังเกต หนูสังเกตดูว่าภายในห้องว่ามันมีอะไรเพิ่มขึ้นมาไหม ปรากฏว่ามันก็มีเส้นผมที่ทำสี ซึ่งตอนนั้นผมเราไม่ได้ทำสี ไม่ดัด แล้วหวีที่ใช้มันไม่ใช่หวีของเรา


ผ่านไปสักพักหนึ่ง หนูต้องเข้ากะกลางคืน เราทำงานไม่ตรงกันกับแฟน วันหนึ่งหนูกลับมาก่อน แต่ก่อนกลับหนูไปซื้อของเห็นเพื่อนของแฟน เลยถามเขาว่า 'แฟนหนูกลับมายัง' เพื่อนแฟนตอบว่าเขาออกมาก่อนแล้ว แต่พอหนูกลับไปที่ห้องไม่เจอแฟนเลย ปรากฏว่าเขาไปอยู่ห้องผู้หญิงที่อยู่แถวห้องหนูนั่นแหละ หนูเดินไปตามถามเขาว่า มาทำไม เลิกงานแล้วทำไมไม่กลับห้องเขาบอกว่ามาตามหาหนู ตอนนั้นถ้าบอกว่าจะสวนทางกันมันก็คงไม่ใช่ เพราะว่าตอนนั้นเรายังไม่ไปซื้อของเลย เหมือนกับว่าเขามา แต่เขายังไม่ได้เข้าห้อง และเขาไปห้องนั้นเลย หนูก็เลยสังเกตเขากับผู้หญิงคนนี้ที่เรารู้จัก ดูสายตา ดูคำพูด ดูการเล่นหยอกเย้ากัน แต่ผู้หญิงรู้ตัวแล้วว่าเรารู้ ก็จะเริ่มห่าง พอเรารู้ว่าเขาเล่นกับคนนี้ เขาก็จะไปเล่นกับคนใหม่อีก จนหนูทนไม่ไหว สุดท้ายก็เลยขอหย่า แล้วกลับไปอยู่บ้านกับลูกได้ประมาณเกือบปี คิดท้อก็เลยกะว่าจะไปทำงานแถวที่เขาไปกันเยอะๆ ไปขายตัว เพราะคิดมาก มันสุดๆแล้ว หาเงินเลี้ยงลูกก็ไม่พอใช้ ตอนนั้นเลยคิดจะไปทำงานที่ภูเก็ต จังหวะนั้นเพื่อนโทรมาหา ชวนหนูมาทำงานที่ระยอง หนูก็ชั่งใจว่าจะเอายังไงดี ไปทำงานที่ภูเก็ต เห็นเขาได้ฝรั่งรวยๆ มันก็คงไม่ง่ายอย่างที่คิด แล้วเราก็มีลูก ลูกเราโตขึ้นเขาจะรับได้มั้ย ส่วนคนอื่นๆ ถ้ามีเงินก็คงไม่มีใครว่า ไม่มีใครพูดถึงอดีต แต่ถ้าเราไปแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เงินมาก็คงจะมีคนซ้ำเติม พ่อแม่ก็คงจะอับอาย ก็เลยตัดสินใจมาทำงานโรงงานอีก"

 

การตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่อีกครั้งอาจทำให้ชีวิตไก่ไม่พลาดพลั้ง และครั้งนี้ไก่ก็ทำให้ไก่ได้กลับมาคุยกับอดีตสามีของเธออีกครั้ง

 

"วันนั้นแฟนโทรมาหาพอดี โทรมาถามข่าวว่าเป็นยัง เลยเล่าให้เขาฟังว่าตอนแรกจะไปทำงานที่ภูเก็ต แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจ จะไปทำงานโรงงานกับเพื่อนที่ระยอง เขาก็บอกว่าเขาจะมาด้วย จริงๆ พ่อกับแม่หนูไม่อยากให้คืนดีกันหรอก แต่หนูคิดถึงลูก แม้ความรู้สึกจะไม่ไว้ใจกัน เพราะคนที่เคยเป็นยังไงมันก็ต้องเป็น มันคงเลิกไม่ได้ หนูเคยคิดเปรียบเทียบว่า การที่หนูไปภูเก็ต ไปอยู่คนเดียว ไปสู้คนเดียว กับการที่อยู่กับเขาก็ยังมีคนช่วยทำมาหากิน ส่งเสียลูก อย่างไหนจะดีกว่า สุดท้ายเราสองคนเลยมาทำงานที่ระยองด้วยกันอีกครั้ง

 

ตอนที่มาอยู่ที่นี่ หนูก็ไปเที่ยวกับเพื่อนเราบ้าง ไปเดินตลาดนัด ไปกินข้าว พอเขารู้ว่าเราไปไหนมาไหน เขาก็ไม่พอใจ บางทีเจอแก้วน้ำที่เราซื้อมาจากข้างนอกเขาก็ถามว่า ไปไหนมาเหรอทุกวันนี้ก็อยู่ด้วยกันเรื่อยๆ พยายามไม่คิดมาก ให้คิดในทางบวกว่าเรามีภาระหน้าที่ ถ้าในวันหนึ่งที่เขาทิ้งเราไปอย่างนี้ เราก็ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ ดูลูกเรา เพราะฉะนั้นถ้าเกิดคิดอะไรที่ไม่ดีทำให้เรารู้สึกไม่ดีก็ร้องไห้หรือเสียใจไปให้พอ จากนั้นคือทำใจแล้วก็คิดใหม่ เดินหน้าต่อไป คนเราเลือกเกิดไม่ได้หยุดนิ่ง ไม่ได้โดนสต๊าฟ แล้วก็ยุคสมัยมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันก็มีหลายแง่หลายมุมในการใช้ชีวิต อยู่ที่ว่าเราจะใช้ชีวิตของเรายังไง เพราะว่าแต่ละคนยังไงก็ไม่เหมือนกัน

 

ส่วนคำว่า กิ๊กมันก็ไม่แตกต่างจากคำว่าชู้ ถ้าผู้หญิงคบกับผู้ชาย ที่รู้ว่าเขามีเจ้าของแล้วก็คือชู้ ถึงแต่งคำให้ดูดีให้เลิศเลอเพอเฟ็คยังไงถ้าจิตใต้สำนึกไม่ดีไม่ว่าจะใช้คำเพราะแค่ไหนมันก็คือทำไม่ดี ถ้าคนที่ดีแล้วจะไม่ยอมเป็นกิ๊กหรือชู้"


แม้จะเปราะบาง แต่เวลาและประสบการณ์ก็ทำให้ไก่เติบโตขึ้นและแข็งแรงขึ้น

 

เรียนรู้จากเรื่องของไก่

 

การไม่รู้จักปล่อยวาง ทำให้ไก่ทุกระทมจนถึงขั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด

แม้ไก่เจ็บช้ำสักเท่าไหร่ สุดท้ายไก่ยังมองเห็นคุณค่าของคนที่อยู่เคียงข้าง อย่างน้อยก็ดีกว่าต่อสู้คนเดียว นั่นคือมุมมองของไก่ การพยายามตามหาความจริง ทำให้ไก่เหนื่อยและล้า เหมือนไล่จับบางสิ่งบางอย่างที่มันคอยวิ่งหนี

หากไก่เรียนรู้ที่จะหยุด บางทีชีวิตไก่อาจมีความสุขมากกว่านี้ กรณีของไก่ นับว่ามีสภาพจิตใจที่เปราะบางอย่างมาก เพราะหลังจากที่ไก่เครียดเรื่องสามารถมีกิ๊ก ไก่เองถึงขั้นไม่สามารถไปทำงานได้จนต้องลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆอยู่ระยะหนึ่ง ยังไม่รวมกับก่อนหน้านี้ที่กินยาเกินขนาด

ก็จริงอย่างที่หมอแนะนำ หากรักต้องเผื่อใจเจ็บ


“เมื่อเรียนรู้ที่จะรักที่สุดได้ ก็ควรเรียนรู้ที่จะหยุดรักให้ได้ อย่าพยายามเอาความรักไปถมตัณหาของคน เพราะมันจะไม่มีวันเต็ม”

 

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น