หน้าเว็บ

Blogger Widgets
วรณัน พินิจดี


Secret Lover ตอนที่ 5
วรณัน พินิจดี



                                                                                    น้ำ

เธอถลำเพราะคำท้าทาย

 
น้ำ (นามสมมติ) เป็นคนร่าเริง มั่นใจในตัวเอง พูดจาฉะฉาน แต่ก็น่ารักด้วยอาการกวนๆ นิดๆ ของเธอ จากการพูดคุยกัน เบื้องต้น น้ำดูเหมือนคนที่ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ทับซ้อนกับใคร แต่เธอก็เป็นหนึ่งในหลายคนที่ได้รับบทเรียนยิ่งใหญ่ในชีวิตจากเรื่องนี้ แล้ว น้ำบอกว่านี่คือบทเรียนที่ไม่ควรเกิดกับครอบครัวไหน เธอรู้สึกผิดเรื่อยมา และจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกเด็ดขาด เธอว่าความรักของเธอกับกิ๊ก 'มันเป็นรักแท้ที่ไม่ถูกที่ ไม่ถูกทาง ไม่ถูกเวลา ทุกอย่างจึงต้องจบลงอย่างเจ็บปวด'

 
"ตอนอยู่ที่โรงงานเก่า เมื่อประมาณปีกว่านี่เอง หนูเคยมีกิ๊กและมีอะไรกับกิ๊กด้วย ทั้งๆที่หนูมีสามีและลูกแล้ว ส่วนสาเหตุที่มีกิ๊กนั้น เพราะว่าผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีและเป็นที่ชื่นชมของผู้หญิงทั้งโรงงาน ประกอบกับครั้งหนึ่งเคยมีคนสบประมาทหนูว่า คิดว่าเขาสนใจเธอเหรอ?" ทั้งๆที่ตอนแรกหนูไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายคนนี้ แต่อยากเอาชนะคนที่สบประมาท จึงมีการพูดคุยหยอกล้อกับผู้ชายคนนั้น ประกอบกับมีงานที่ต้องทำร่วมกัน เราเป็นคณะกรรมการจัดกิจกรรมของบริษัท บางครั้งต้องเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มๆ หนูเองก็ไม่ได้หน้าตาสวยมาก แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับหน้าตาดี บุคลิกเป็นมิตรกับคนอื่น และได้รับการยอมรับในการทำงาน คนชมว่าทำงานเก่ง จึงมีผู้ชายในโรงงานปลื้มอยู่หลายคน ตั้งแต่คนที่เด็กกว่า คนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไปจนถึงระดับผู้ใหญ่ เรียกว่า มีหลายคนอยากมาสนิทสนมด้วยก็ว่าได้ เขาเองก็พอจะรู้ อันนี้คือเขามาเล่าให้ฟังหลังจากที่เราสนิทกันมากแล้ว"

 
แต่จุดเริ่มต้นที่ผิดพลาด ก็เป็นเหตุให้ชีวิต ผิดที่ผิดทาง

 
"พอผู้ชายคนนั้นเริ่มรู้ตัวว่าหนูมีใจให้ เขาเองก็เริ่มมาตีสนิทและเทคแคร์เวลามีกิจกรรมบริษัท ต้องเดินทางไปไหนมาไหน จนมีวันหนึ่งที่ไปงานเลี้ยงแล้วเขามาส่ง เขาบอกว่ารักหนูและขอมีอะไรด้วย แม้จะตกใจและรู้สึกผิดแต่หนูก็ละเมิดศีลธรรม คืนนั้นเราจึงมีอะไรกัน จากนั้นก็นัดเจอกันทุกสัปดาห์ ตอนนั้นหนูกับเขามีความสุขมาก เขาโทรมาหาทุกวัน พูดคุยให้กำลังใจกัน เขาเองก็ออกอาการปลื้มที่หนูสนใจเขาและเป็นของเขา ผู้ชายหลายคนในโรงงานผิดหวังเลยทีเดียว มีคนหนึ่งเป็นคู่แข่งเขาด้วย คนนั้นก็มาชอบหนู เขาเองก็รู้ เลยสั่งห้ามไม่ให้ไปคุยกับคนนั้น หนูก็พยายามห่างๆคนนั้น แต่พอหนูไปคุยบ้าง เขาก็งอน จนต้องตามใจเขา

 
เขาโทรหาหนูบ่อย และออกจากบ้านบ่อยจนเมียเขาเริ่มสงสัย เริ่มเช็ค เริ่มสืบและจับได้ เมียเขาโทรมาว่าหนู แต่หนูไม่โต้ตอบอะไร เราทำผิดเราก็รู้สึกละอายใจอยู่แล้ว แต่ก็แอบน้อยใจที่เขาปกป้องเราไม่ได้เลย ปล่อยให้เมียโทรมาด่ามาว่าเรา จนหนูพยายามเลิกและค่อยๆห่างกับเขาหลายครั้ง ที่บอกว่าหลายครั้งคือ ครั้งแรกเขาทนไม่ได้ และเขาก็ติดต่อมา จนหนูสงสารเราเลยเจอกันอีก แอบติดต่อกันอีก ต่อมาครั้งที่สองเขาก็ทนไม่ไหว โทรไปหาหนู หนูก็ใจอ่อนอีก กว่าจะเลิกได้จริงๆก็คือครั้งที่สาม เพราะหนูรู้ว่าเขาลำบากใจ ถึงแม้เขาจะรักหนู แต่เขาก็ไม่สามารถเลือกหนูได้ หนูเองก็ทนสภาพแบบนี้ไม่ไหว เลยให้เขาเลือกว่าจะเลิกกับเมียได้ไหม ถ้าเลิกไม่ได้ก็ต้องเลิกกับหนู เขาบอกเขาเลิกกับเมียไม่ได้ แต่เขาก็รักหนู หนูเลยตัดสินใจเปลี่ยนงาน เพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง"

 
แม้จะเป็นความสัมพันธ์ทับซ้อนและเธอเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่น้ำก็เรียกมันว่า ความรัก จนที่สุดเมื่อมันเป็นรักที่ไม่ถูกที่ถูกทาง ถูกเวลา เธอจึงต้องยอมปล่อยวางและเดินจากมา

 
"ตอนนั้นหนูรักเขาจริงจนถึงขั้นอยากเลิกกับสามี แต่ด้วยกระแสสังคมที่ถูกมองไม่ดี ปรึกษาใครก็ไม่มีใครเห็นด้วย สุดท้ายศีลธรรมก็ชนะความรู้สึกส่วนตัว บางทีหนูก็อดโทษสังคมไม่ได้ที่คนส่วนใหญ่เขาก็มีกิ๊กกัน หนูเลยทำบ้าง แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเป็นปี แต่ก็ยังรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น ถ้าย้อนกลับไปได้จะไม่ทำแบบนั้นอีก เพราะกว่าที่หนูจะตัดใจจากเขาได้ใช้เวลาอยู่นานจนวันนี้ผ่านไปปีกว่า หนูยังคิดถึงเขามาก เกือบเผลอโทรหาเขาตั้งหลายครั้ง ส่วนเขาเองก็คงคิดถึงหนู เพราะเขาพยายามติดต่อมาถามข่าวเป็นระยะๆ แต่หนูก็ทำเฉยๆเหมือนเราไม่ได้รัก ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ทั้งๆที่ในใจยังรักอยู่ แต่จะทำไงได้ ในเมื่อมันเป็นรักที่ไม่ถูกที่ ไม่ถูกทาง ไม่ถูกเวลา และหนูเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนไม่มีจิตสำนึก คงเก็บไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น

 
บทเรียนของตัวเองครั้งนี้ อยากฝากถึงคนที่มีครอบครัวแล้วว่าให้หนักแน่นมากๆ ถ้าเผลอเพียงนิดเดียว อาจจะมีใครบางคนเข้ามาแทรกและครอบครัวอาจพังได้ง่ายๆ คนที่น่าสงสารที่สุดก็คงหนีไม่พ้นลูก ปัญหาของผู้ใหญ่จะทำให้เด็กมีปมด้อยได้"

 
และเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราควรต้องหนักแน่นก็เพราะ หัวใจตัวเองก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลย

 
เรียนรู้จากเรื่องของน้ำ

 

น้ำดูจะเป็นกรณีที่ค่อนข้างโชคร้ายที่กิ๊กของเธอและตัวเธอทำงานที่เดียวกัน เมื่อเล่นกับไฟได้ไม่นาน น้ำจึงกดดันถึงขั้นต้องเปลี่ยนงาน

จะว่าไปเมื่อเกิดเหตุชู้สาว ฝ่ายหญิงมักจะถูกสังคมลงโทษหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ กรณีนี้จึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า องค์กรเสียบุคลากรเพราะเรื่องกิ๊กอย่างแท้จริง และหากมองในแง่ดี แม้จะต้องช้ำใจแต่น้ำก็สามารถรักษาครอบครัวของตนเองไว้ได้ ผลกระทบจึงตกอยู่กับน้ำคนเดียว มิได้ทำร้ายถึงคนอื่นๆในครอบครัว ถือว่าเธอเองก็ได้รับ ผลกรรมจากการกระทำของตนเอง

และวันหนึ่ง เวลาก็ช่วยเยียวยาให้น้ำมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันที่ถูกต้อง และอยู่กับรักที่เธอเรียกว่า ถูกที่ ถูกเวลา

 
“ตีนกาใช่จะบอกเพียงอายุ แต่ยังบอกเล่าถึงประสบการณ์ของชีวิต... เรื่องราวความเจ็บปวดที่ผ่านเข้ามาในชีวิตบอกเล่าความเข็มแข็งของเราเสมอ จนบางครั้งเราแทบไม่เชื่อว่า เราจะผ่านมันมาได้”

 

 

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น