ฉันจะไม่ยอมเรียกคนที่ตำแหน่งต่ำกว่า “พี่”
วรณัน
พินิจดี
Email:
woranan.dee@gmail.com
อยากเล่าประสบการณ์ของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งให้ได้อ่านกัน เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จเร็ว
ด้วยความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และบุคลิกที่ดูแก่เกินไว เธอจึงได้มีตำแหน่งผู้จัดการในองค์กรที่ใหญ่
ทุกอย่างดูไปได้สวย หากเธอไม่มองข้ามสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ
“พนักงานที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า”
ด้วยความเป็นผู้จัดการที่อายุยังน้อย
เธอจึงมีเพื่อนร่วมงานในแผนกที่อายุมากกว่ามากมายหลายคน และถึงแม้คนเหล่านั้นจะไม่ได้เป็นลูกน้องเธอ
แต่เธอก็ไม่เคยปริปากเรียกใครว่า “พี่” แม้คนๆนั้นจะอายุมากกว่าเป็นสิบปี
และทำงานมาก่อนหน้าเธอนานหลายปี และแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานที่อายุมากกว่าเธอ 2-3
ปี
แต่หากตำแหน่งเท่ากัน เธอก็ไม่ยอมเรียกว่าพี่เช่นเดียวกัน มิหนาซ้ำ
เธอยังมีพฤติกรรมที่มักเรียกคนอื่นว่าน้อง (หากคนนั้นไม่รู้ทัน) ทั้งๆที่เธอรู้ว่าเขาอายุมากกว่า
ในองค์กร เรื่องอายุไม่ใช่ความลับ ดังนั้น จึงมีหลายคนตั้งข้อสังเกต
จากข้อสังเกตจึงเป็นประเด็นคำถามที่ใครหลายต่อหลายคนวิเคราะห์วิพากษ์กันว่า
“อะไรทำให้เธอเป็นแบบนั้น?” หลายคนเอ่ยปากเสียความรู้สึก บ้างก็บอกว่า อยากแก่
(ตามหน้าตา) ก็แก่ไป แต่สุดท้าย ไม่มีผลตอบรับในทางบวก
ยิ่งพฤติกรรมการทำงานที่พยายามจะโชว์ความเก่ง
แต่ไม่รู้จริงยิ่งทำให้เธอคนนั้นดูแย่ลงทุกวัน
และแน่นอนมันย่อมมีการเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งเป็นคนที่ตำแหน่งสูงกว่าผู้จัดการ
(เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือผู้จัดการยังมีผู้อำนวยการ) ผู้อำนวยการท่านนี้
เรียกพนักงานที่ตำแหน่งต่ำกว่าว่าพี่ และไม่เคยแสดงท่าใหญ่ต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเลย
แม้แต่ครั้งเดียว
ในการทำงานร่วมกันผู้อำนวยการท่านนี้จะถามความคิดเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอ หากมีความคิดเห็นในการทำงานที่ผิดไปจากที่ควรจะเป็น
หรือมีความไม่เข้าใจในการบริหารจัดการงาน ท่านก็อธิบายให้เข้าใจด้วยความเมตตา
มิได้แสดงอาการข่ม หรือว่าให้เสียความรู้สึก แน่นอนที่สุด
ท่านผู้อำนวยการจึงเป็นที่รักของพนักงานทุกคน และเป็นหัวหน้างานในฝันของใครหลายๆคน
จากตัวอย่างนี้เราเรียนรู้อะไรบ้าง?
1.
ตำแหน่งเป็นเพียงสิ่งสมมุติที่บริษัทสร้างขึ้น
เพื่อแทนบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคนในองค์กร แต่เมื่อมีคนที่ใช้ตำแหน่งนำหน้าทุกสิ่งทุกอย่างในการทำงาน
คนๆนั้นจะได้เพียงงาน (หรือบางครั้งอาจจะไม่ได้) แต่เขาจะไม่ได้คำยกย่อง สรรเสริญ
และการยอมรับ ดังนั้นเมื่อเป็นใหญ่ อย่างมองข้ามเสียงของคนที่ต่ำกว่าเป็นอันขาด เพราะนั่นเท่ากับการเริ่มขาดมนุษย์สัมพันธ์กับคนทุกกลุ่ม
และปัญหาแรงงานก็จะตามมา
2.
เพื่อนร่วมงานของเราเขาไม่ได้สนว่าเราอายุเท่าไหร่
(หรือถ้าเขาสนมันก็เป็นเรื่องรองๆลงไป) สิ่งสำคัญคือเราต้องทำงานดี มีความสามารถ
และไม่ลืมความอ้อนน้อมถ่อมตน การที่เราต้องเรียกใครว่าพี่ในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรี
เพราะแม้ว่าเขาจะเป็นพี่ แต่หากทำไม่ถูก เราก็มีสิทธิ์ว่ากล่าวตักเตือนได้เช่นเดียวกัน
(มันดูทรงพลังกว่าด้วยซ้ำ เพราะเราก้าวข้ามประเด็นเรื่องอายุไปได้ด้วยตัวเอง...ดูเท่ห์อีกต่างหาก)
3.
ความมีวุฒิภาวะ แสดงออกที่พฤติกรรมการทำงาน
มิใช่ด้วยการบอกใครต่อใครว่าเราอายุมากแล้ว
4.
ผู้บริหารเขาไม่ได้มองสิ่งที่เราแสดงออกต่อเขาอย่างเดียว
เขาดูสิ่งที่เราแสดงออกต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย ดังนั้นอย่าคิดว่าการรายงานของเราจะทรงพลังจนบดบังเสียงผู้ใต้บังคับบัญชาไปเสียทุกเรื่อง
มันอาจใช้ได้แค่บางเรื่อง บางเวลา แต่เชื่อเถอะ
ผู้บริหารท่านไม่ได้หลับใหลเสมือนหนึ่งถูกยาเสน่ห์ไปชั่วกาล
ท่านจะมีวันตื่นขึ้นมารับรู้ความจริง
จึงขอฝากคนทำงานที่โตเร็วทุกคน เรียกคนอื่นว่า
“พี่” ได้เลย ถ้าเขาอายุเยอะกว่า กล้าที่จะยกมือไหว้แม่บ้าน หรือ รปภ.แก่ๆ
หากเขาทำอะไรให้เรา เขาจะรัก และจะทำงานให้เรา ใส่ใจเราโดยที่เราเองคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น