หน้าเว็บ

Blogger Widgets
วรณัน พินิจดี

Secret Lover ตอนที่ 13 "เธอเป็นกิ๊กกับแฟนเพื่อนเพราะคำท้าทาย"


จิ๋ว

เธอเป็นกิ๊กกับแฟนเพื่อนเพราะคำท้าทาย


จิ๋ว (นามสมมติ) เป็นผู้หญิงในวัยยี่สิบตอนปลายที่ชีวิตผ่านอะไรมามากมายไม่น้อย ตั้งแต่การทำงานร้านคาราโอเกะ จนถึงมีความสัมพันธ์กับคนรักของเพื่อน เพียงเพราะต้องการสนุกกับคำท้าทาย ชีวิตของเธอไม่ต่างจากละคร และเธอก็เป็นเพียงไม่กี่คนที่สมหวัง จากจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบ “กิ๊ก” แต่ช่างเป็นความสมหวังบนความเจ็บช้ำของเพื่อน อย่างแท้จริง


"ตอนนั้นจิ๋วอายุได้ประมาณ 20 ปี ทำงานเป็นเด็กดริ้งที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งที่หาดใหญ่ จิ๋วพักอยู่กับน้องที่ทำงานด้วยกัน ชื่อ 'นา' อายุ 17 ปี นาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟได้เงินเป็นรายเดือนแต่ตัวจิ๋วเองเป็นเด็กดริ้งในร้าน นามีแฟนชื่อว่า 'นาย' ทั้งสองรู้จักกันได้ไม่นานก็มีอะไรกัน คบกัน พ่อแม่ฝ่ายชายก็รับรู้ว่าเป็นสามีภรรยากัน


ตอนนั้นนาไม่มีมือถือใช้ เวลาติดต่อกับแฟนก็เลยต้องมาอาศัยมือถือจิ๋ว ยืมโทรคุยกับแฟนเกือบทุกวัน นาจะคุยเรื่องแฟนให้จิ๋วฟังอยู่เป็นประจำ เล่าให้ฟังว่า มีผู้ชายมาติดเขา มาชอบเขา มาจีบเขา ชอบให้เขาพาไปเลี้ยงอะไรแบบนั้น พอได้ฟังแล้วจิ๋วรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้เหมือนคนเห็นแก่ตัว เลยแนะนำนาว่า อะไรทำไมไปคบผู้ชายแบบนั้นแล้วพยายามจะสอนเพราะว่าเพื่อนจิ๋วอายุน้อยกว่า เราก็ว่า ไม่น่าคบหรอกนะผู้ชายคนนี้ จะไปคบมันทำไม จะไปอะไรอยู่กับมันทำไม จะไปยุ่งอะไรกับมันทำไมเห็นแก่ตัวจะตาย ดูหนังกินข้าวอะไรก็ให้เราออก ให้เราเลี้ยง  ด้วยความที่นายังเด็ก นาก็ไปเล่าให้แฟนฟังว่า พี่นาย พี่จิ๋วเขาบอกว่าพี่นายเป็นคนเห็นแก่ตัว ทำไมชอบให้นาออกตังค่าข้าว ค่านั่นนี่ตลอดพอนาเล่าให้แฟนฟัง แฟนนาก็โมโหจิ๋ว เขาเลยพูดว่า แล้วเขาเป็นใครมายุ่งเรื่องอะไรของเรา เก่งนักเหรอ สวยนักเหรอ เดี๋ยวก็หลอกฟันซะหรอกเขาก็พูดอะไรประมาณอย่างนี้ แล้วนาก็มาเล่าให้จิ๋วฟังอีกทีหนึ่งว่า พี่จิ๋ว พี่นายเขาบอกว่าพี่จิ๋วยุ่งเรื่องของเขา มายุ่งเรื่องอะไร เขาเป็นผู้ชายแบบไหนก็ช่าง เก่งนักเหรอ เดี๋ยวก็หลอกฟันสักทีหนึ่งหรอก เขาก็พูดแบบนี้จิ๋วฟังแล้วก็โมโหเหมือนกัน"

จุดเริ่มต้นของจิ๋วกับผู้ชายของเพื่อนจึงเป็นความไม่ประทับใจระหว่างกัน แม้จะไม่เคยพบหน้าค่าตาจริงๆ กันมาก่อนเลยก็ตาม


"ต่อมาพอเห็นเบอร์นายโทรเข้ามาจิ๋วก็ตัดสายเขาทิ้ง คือไม่อยากให้เขาคบกัน ไม่อยากให้เขาติดต่อกัน จิ๋วไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ว่าไม่อยากให้คบกัน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เจอหน้ากัน ยังไม่ได้เห็นหน้านายเลย แค่คุยกันทางมือถือเฉยๆ พอมาวันหนึ่งนายส่งข้อความมาว่า พี่จิ๋วรับโทรศัพท์หน่อย ผมมีธุระด่วนพอนายโทรมาก็เลยรับแล้วบอกเขาว่า นาไม่อยู่หรอกนายบอกว่า ผมไม่ได้โทรหานา ผมจะคุยกับพี่จิ๋วจิ๋วคิดว่าเขาคงจะเริ่มแผนการที่จะหลอกเราแล้ว ผมไม่ได้คิดอะไรกับนาหรอก ผมอยากคุยกับพี่จิ๋วมากกว่านายพูดอย่างนั้น มันเป็นทำนองที่จะหันมาจีบเรา ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันเลย ยังไม่เคยเห็นหน้ากันเลย จิ๋วจึงถามเขาว่า ทำไมถึงอยากมาคบพี่" นายจึงพูดว่า พี่ออกมาเจอผมหน่อยสิ นัดกินข้าวกันจิ๋วก็เลยบอกมันว่า ไม่มีตังเลี้ยงหรอกนะเรารู้นิสัยมันล่วงหน้าแล้วไง เรารู้ว่ามันเป็นคนแบบนี้ มันก็บอกว่า ผมไม่ได้ให้พี่เลี้ยงหรอกน่าอะไรประมาณนี้


จิ๋วอยากรู้มันเป็นยังไง จึงออกไปเจอกันที่ห้าง ไปกินข้าวในห้าง จิ๋วไปถล่มมันเต็มที่ กินข้าว ดูหนัง โยนโบวลิ่ง เพราะนาเล่าให้ฟังว่า พี่นายบอกว่าเขาไม่เคยเสียตังให้ผู้หญิงนายเป็นหมอนวด นายก็จะมีคนเลี้ยงมันตลอด จิ๋วทำงานร้านคาราโอเกะ เลยรู้ทันว่านายเป็นผู้ชายแบบไหน งานนี้จึงไปถล่มนายเลย นายเองก็เหมือนอยากลอง อยากรู้จักจิ๋ว และคงจะโกรธจิ๋วด้วยที่จิ๋วไปว่าเขา ตอนแรกต่างคนต่างจะหลอกกัน ก็เลยคบกันไป นัดกันไปเจอกันบ่อยๆ แต่จิ๋วไม่ได้ชอบไม่ได้อะไร ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย"

จากที่ไม่คิดจะสนใจ แต่จิ๋วก็ไม่ขัดเขินที่พบผู้ชายคนนี้บ่อยครั้งเข้า แรกๆ ก็พบเจอกันเหมือนคู่เดท แต่หลังๆ ความสัมพันธ์ก็เริ่มเกินเลย


"ตอนนั้นนาไม่รู้เรื่องว่า เพื่อนกับแฟนแอบคบกัน จิ๋วเองอายุ 20 ปี นาอายุ 17 ปี ส่วนนาย 17-18 ปี เขายังเด็กกัน นาทำงานทุกวัน แต่จิ๋วไม่ต้องไปทุกวัน ทำมั่งไม่ทำมั่งก็ได้ เพราะว่าจิ๋วมีเงินเก็บ อยากไปเมื่อไหร่ก็ไป นายจึงโทรติดต่อหาจิ๋วได้ทุกวัน พอเริ่มคบกับจิ๋วสักพัก เราก็เผลอได้เสียกัน แต่จิ๋วก็รู้สึกว่าอยากเลิกแล้ว เพราะไม่ได้รักเขา อีกอย่างสงสารเพื่อนด้วย ใจก็คิดว่า ถ้าจิ๋วบอกกับนาว่ามีอะไรกับนาย นาจะต้องเลิกกับนายแน่นอน เพราะว่ามันมีผู้หญิงอื่น อีกใจก็คิดว่าเพื่อนเรามันเด็ก หัวอ่อน แล้วมันก็รักเขา ขนาดจิ๋วบอกนาว่านายมีผู้หญิงอื่น นาก็ยังไม่เลิก

จิ๋วจึงบอกนายว่า จะเลิกคบแล้วนะ เพราะว่าสงสารนา สงสารเพื่อนนายไม่ยอม ไม่ยอมเลิกทั้งสองฝ่าย แต่นายพยายามห่างนาแล้ว พอนาโทรมาหานาย นายก็ไม่รับสายบ้าง บอกไม่ว่างบ้าง นาก็มาปรึกษากับจิ๋วว่า ทำไมพี่นายเขาไม่ว่างจิ๋วเลยบอกว่า นายมีผู้หญิงอื่นแล้วมั้งให้ทำใจไว้บ้างตอนนั้นจิ๋วคิดว่าตนเองเลิกกับนายได้ง่ายกว่าเพราะว่าจิ๋วไม่ได้รักนาย เวลาหนูโทรไปหนูก็ได้ยินเสียงผู้หญิงพูดนาบอกแบบนั้น จริงๆ คือเป็นเสียงของจิ๋วเอง คือเราจะพูดให้มันได้ยิน แต่นารักนายมาก ไม่ยอมเลิก นาบอก หนูเลิกไม่ได้  สถานการณ์นั้นจิ๋วก็ไม่รู้จะทำยังไง จิ๋วอยากให้เพื่อนเลิกกับนายด้วย อยากให้รู้ความจริงด้วย จึงปรึกษากับเพื่อนคนอื่นๆ เพื่อนเลยบอกว่าให้จัดฉากขึ้นจะได้ทำให้นารู้


ละครฉากหนึ่งของจิ๋วจึงเริ่มต้นขึ้น...


"วันนั้นนายนัดจิ๋วให้เข้าไปหาที่ห้อง จิ๋วเลยบอกนาว่า นาแฟนนาเขานัดให้พี่เข้าไปหานะนาถามว่า หนูโทรไปทำไมเขาบอกว่าเขาไม่ว่างจิ๋วเลยมาบอกนาว่า พี่กับนายมีอะไรกันแล้วนะนาตกใจ อะไรๆทำไมๆด้วยความที่มันเด็ก นาไม่รู้เรื่อง ขนาดแฟนมันขอรูปจิ๋วมันก็ยังเอารูปจิ๋วไปให้ นายฝากอะไรมาให้จิ๋วมันก็เอามาให้ พอจิ๋วบอกนาก็เลยเสียใจมาก จิ๋วเลยถามนาว่า นาอยากจะจับผิดนายไหม?” “อยาก อยากเห็นแบบเต็มตานาพูดอย่างนั้น

จิ๋วเลยบอกว่า วันนี้เขานัดพี่เข้าไปหาที่ห้อง ถ้าพี่เข้าไปหามันสักสองทุ่ม นาก็ตามเขาไปก็แล้วกันพอถึงเวลาจิ๋วก็เข้าไปก่อน นายเข้ามากอดเหมือนปกติ นายจะให้เราอยู่แบบนี้เหรอ หลบๆซ่อนๆนาอยู่อย่างนี้ตลอดเหรอ?” จิ๋วแกล้งถามนายอย่างนี้ ไม่เป็นไร ปล่อยมันไปสิ ไม่เกี่ยวกับนา ผมรักพี่จะอยู่กับพี่พอนายพูดแบบนั้น จิ๋วเลยเดินไปเปิดประตูให้นาเข้ามา นายก็ตกใจถามว่า ทำไมทำกับผมแบบนี้ส่วนนาได้ยินแบบนั้นก็ร้องไห้อย่างเดียว เหมือนมันเด็กมันยังรับไม่ได้ จิ๋วก็เลยพานาออกมาจากห้อง พอเดินออกมาก็หันไปบอกกับนายว่า ไม่ต้องมายุ่งกับเราทั้งสองคน เธอไปหาผู้หญิงคนอื่นไป ไม่ต้องมายุ่งกับนา ไม่ต้องมายุ่งกับพี่อีก จะแยกออกมาจากกัน


จิ๋วถามนาว่า นาจะเลิกไหม?” นาก็บอก เลิก หนูจะเลิกกับมันเราพูดต่อหน้ากันสามคน จิ๋วเลยสรุปว่า ตกลงแล้วเราเลิกทั้งหมดเลย เธอก็เลิกไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับพี่สองคน เพราะเราจะอยู่ห้องด้วยกันต่อไป เราจะเป็นเพื่อนกันต่อไป ให้ผู้ชายคนนี้ออกไปจากชีวิตพวกเรา นาตกลงไหมนาก็ตกลง หนูจะเลิกกับเขา พี่ก็ไม่ต้องมายุ่งกับหนูอีกนาบอกอย่างนี้ พวกเพื่อนๆที่อยู่หอเดียวกันก็บอกให้เลิกเลย"


หลังจากวันนั้นฝ่ายชายก็พยายามโทรติดต่อจิ๋วเพื่อขอโทษ และอยากกลับมาคบกันอีก แต่จิ๋วก็ปฏิเสธเพราะรู้สึกสงสารเพื่อนรุ่นน้องของเธอ


แต่นาโทรกลับไปนาย มันบอกว่าตัดใจไม่ได้ ก็เลยต้องโทรไปหาเขา นายโมโหจิ๋วมันก็เลยกลับไปคบกลับไปหลอกนาอีก ว่าให้นากลับไปหามัน เหมือนกับเราแพ้ มันก็เลยกลับไปคบกัน เพื่อนๆ รู้จึงมาบอกว่านากับนายมันแอบไปคบกันอีกแล้วนะ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก เราก็ปล่อยมันเถอะมันอยากคบกันก็เรื่องของมัน ถ้าเราทำให้มันเห็นขนาดนี้แล้วมันอยากกลับไปคบกันก็เรื่องของมัน


พอเราปล่อยให้มันคบกัน นาก็มาพูดให้เราฟังบอกว่า พี่จิ๋ว พี่นายเขาบอกว่าเขาไม่รักพี่จิ๋วเลย เขาหลอกฟันพี่จิ๋วไปอย่างนั้นแหละ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้อะไรเลย เขาไม่ได้คิดอะไรกับพี่จิ๋วเลยเราก็โมโหสิ พอเราได้ยินแบบนี้เราเลยถามย้ำว่า จริงเหรอ เขาไม่ได้รักอะไรพี่เลยเหรอ ไม่ได้คิดอะไรเลยเหรอ” “เขาสาบานต่อหน้าแป๊ะกง พี่นายเขาพาหนูไปไหว้แป๊ะกงมา เขาสาบานต่อหน้าแป๊ะกงเลยว่าเขาจะไม่ยุ่งกับพี่จิ๋วอีกตลอดไป เพราะเขาเกลียดพี่จิ๋ว เขาจะไม่ยุ่งกับพี่จิ๋ว เขาไม่ได้รักพี่จิ๋วนาบรรยายอะไรมาสารพัด (ที่นั่นมีศาลแป๊ะกงที่ชาวหาดใหญ่นับถือ จะเป็นศาลใหญ่ที่ศักดิ์สิทธิ์) ซึ่งจิ๋วฟังแล้วโมโห แต่ก็สงสัยเพราะนายโทรหาจิ๋วทุกวันแต่จิ๋วไม่รับโทรศัพท์ พอได้ยินอย่างนั้นเลยอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่โกหก ตอนเย็นนายโทรมาจิ๋วเลยรับ พอจิ๋วรับสายนายก็ตกใจ ถามว่า ทำไมวันนี้รับโทรศัพท์ผม  วันนี้อยากกินก๋วยเตี๋ยว ไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวหน่อยสิพอจิ๋วพูดอย่างนี้ นายดีใจใหญ่เลย เหมือนกับเรายอมคุยกับเขา นายบอกว่า ออกมาสิ ร้านไหน กินที่ไหน คือมันก็รีบ เพราะมันอยากเจอเราอยู่แล้วไง


พอเรากินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ จิ๋วก็ถามนายว่า ไหนบอกว่าไม่อยากคบกับ ไม่อยากอะไรแล้วไง" เราก็พูดคำพูดที่นาพูดให้ฟังนายตอบว่า ผมไม่เคยพานาไปศาลแป๊ะกงเลย ก็รู้อยู่ว่าศาลแป๊ะกงศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นผมไม่เอาชีวิตตัวเองไปพูดอย่างนั้นหรอก” “แล้วผมก็รักพี่ ผมติดต่อนาเพราะว่าผมโมโหพี่ ถ้าผมไม่รักพี่จริงๆผมไม่พยายามติดต่อพี่ขนาดนี้ นายบอกจิ๋วอย่างนี้ แต่จิ๋วก็ไม่ได้เชื่อว่านายรักจริงหรอก จิ๋วเห็นว่านายเป็นหมอนวด จิ๋วรู้ว่ามันมีผู้หญิงเยอะ ต่อมาไม่นานแม่นายโทรมาให้นายกลับไปบวชที่บ้าน นายชวนจิ๋วไปร่วมงานบวช จิ๋วไม่อยากไป แต่นายอยากให้ไป ไปบวชผมนะ ผมอยากให้พี่ไปด้วย
แม้ปากจะบอกว่าเธอไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขาแล้ว แต่จิ๋วก็ยังตัดสินใจไปร่วมงานบวชของเขาที่ต่างจังหวัด แต่การไปครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับนาอีกครั้ง และเรื่องซับซ้อนขึ้น เมื่อเพื่อนรุ่นน้องที่จิ๋วเคยคิดว่ายังเด็ก เธอไม่ได้หัวอ่อนอย่างเด็กไร้เดียงสาอย่างที่จิ๋วเข้าใจ


"ตอนนั้นจิ๋วไม่รู้ว่าจริงๆ ว่าพ่อแม่ของนายให้นาลงไปอยู่ที่บ้านด้วย เพราะผู้ใหญ่ทางนั้นเขารับทราบว่านาเป็นเมียนาย นายโกหกจิ๋วบอกว่านาไม่ไป ผมให้พี่ไปคนเดียว ผมอยากให้พี่ไปงานบวชผม ไปถือหมอนผมจิ๋วก็คิดว่าไม่เป็นไรไปช่วยงานบวช จิ๋วจึงชวนหลานสาวไปเป็นเพื่อน จิ๋วไม่อยากไปคนเดียวเดี๋ยวทางบ้านเขาจะมองว่าไม่ดี พอไปบ้านนาย จิ๋วก็ได้เห็นนาอยู่นั่น เราไม่คิดว่าจะมาเจอนา  พ่อกับแม่ของนายคุยกับนาว่าถ้านายสึกแล้วจะไปแต่งให้ จริงๆ พ่อกับแม่ของนายก็รู้ว่าจิ๋วก็เป็นแฟนนายเหมือนกัน แต่พ่อกับแม่นายไม่ชอบจิ๋ว เขามองว่าจิ๋วเป็นคนที่ขี้เกียจ ส่วนนาขยัน ตอนเช้านาจะตื่นหุงข้าวเตรียมกับข้าวไปใส่บาตรทุกวัน แต่จิ๋วทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น แม่นายคงมองว่าจิ๋วไม่ได้เรื่อง


จิ๋วเล่าว่าตามประเพณีงานบวชของฝ่ายชาย ผู้ชายจะต้องไปอยู่วัดก่อนบวชเป็นเวลาหนึ่งเดือน ทั้งที่บอกเสมอว่าเธอไม่ต้องการเขา แต่จิ๋วก็ไปร่วมงานบวชของนาย โดยเดินทางไปอยู่ร่วมเดือนตั้งแต่ช่วงที่นายเริ่มไปอยู่วัดในช่วงเดือนแรก ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้เรื่องมัดเป็นปมมากยิ่งขึ้น


"จิ๋วไปอยู่บ้านนายช่วงก่อนบวช 1 เดือน จิ๋วพักอยู่บ้านแม่นาย ส่วนนาพักอยู่บ้านน้าของนาย ทั้งๆ ที่เป็นช่วงอยู่วัด แต่เวลากลางคืนนายจะมาหาจิ๋วทุกคืน เขาไม่เคยไปนอนกับนา ไม่เคยไปนอนบ้านน้าเลย (บ้านแม่ของนายมีห้องนอนสองห้อง ปกตินายจะนอนอยู่บ้านน้าเพราะว่าบ้านน้าจะหลังใหญ่กว่าบ้านแม่ ตอนนั้นพ่อกับแม่เขาเลิกกันไป แม่ของนายนอนคนเดียว เลยให้จิ๋วไปนอนกับหลานอีกห้องหนึ่ง) ต่อมาแม่นายรู้เรื่องที่นายแอบมานอนกับจิ๋ว เลยบอกให้นายไปนอนวัด ห้ามนอนบ้านทั้งสองหลัง แต่พอตกกลางคืนได้สักทุ่มสองทุ่มคนแถวนั้นหลับหมดแล้ว นายก็เข้ามาหาจิ๋วที่ห้อง มานอนกับจิ๋วทุกคืน นายบอกว่า ผมรักพี่นะ ให้พี่อดทนแต่ตอนนั้นจิ๋วไม่ได้หวังความรัก เหมือนเป็นผู้ชนะมากกว่า เพราะนามักจะข่มจิ๋ว เช่น เดี๋ยวบวชเสร็จแล้วพ่อกับแม่ของพี่นายจะไปจัดงานแต่งงานระหว่างพี่นายกับนา เพราะบ้านนามีตังแล้วน้าพี่นายก็ชอบนาเพราะว่านาขยัน ทำงานไร่ทำงานสวนอะไรเป็น แต่จิ๋วทำไม่เป็น ไม่เป็นอะไรสักอย่าง

จิ๋วบอกนายว่า จะกลับบ้านแล้วนะนายก็ไม่ยอมให้กลับ นายตกลงกับจิ๋วว่า ตอนกลางวันขออยู่กับนา แต่ตอนกลางคืนจะมาหาพี่จิ๋วทุกคืนโดยที่นาไม่รู้ว่านายมาหาจิ๋วทุกคืน ตอนกลางวันนาจะพูดข่มจิ๋ว  แต่จิ๋วไม่พูด ไม่บอกว่าตอนกลางคืนนายมาอยู่กับจิ๋วทุกคืนเลย เดี๋ยวแม่เขารู้ เขาจะว่านายกับจิ๋ว เพราะที่จริงนายต้องนอนวัดทุกคืนแต่นายไม่เคยไปนอนวัดหรอก จิ๋วอยู่ที่นั่นเดือนกว่านายก็มานอนกับจิ๋วเดือนกว่า พอเสร็จงานบวชนายก็ให้จิ๋วกลับบ้านเลย นายบอกว่า พี่จิ๋วเดี๋ยวนายเข้าโบสถ์แล้วกลับบ้านเลยนะเราก็บอกว่า จะกลับตั้งนานละ ก็ไม่ค่อยอยากอยู่หรอกแม่นายบอกว่าให้จิ๋วรีบกลับเลย เพราะว่าเขาไม่อยากให้มีปัญหา กลัวว่าบวชแล้วพระจะไม่มีสมาธิ จิ๋วก็บอกแม่นายว่า เดี๋ยวหนูก็กลับแม่พอพระบวชเสร็จ เก้าโมงเช้า ประมาณสิบโมงจิ๋วก็เก็บเสื้อผ้ากลับ แต่พระเขาอยากให้เราอยู่ใส่บาตรก่อน จิ๋วบอกกับเขาว่า ไม่ใส่หรอกจะกลับบ้านแล้ว หลานจะเปิดโรงเรียนแล้วด้วย

จิ๋วบอกว่าเธอรู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะ ก็เท่านั้น แต่แล้วความรู้สึกในหัวใจก็อาจค่อยๆ เปลี่ยน โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว บางทีอาจเพราะความสัมพันธ์เริ่มต้นมาจากความฉาบฉวย เธอจึงทำตัวเหมือนอยากจะแคร์มันให้น้อยที่สุด


"นายโทรหาจิ๋วตลอดทั้งที่เป็นพระ ส่วนนาอยู่ที่บ้านของนาย เพราะพ่อกับแม่เขาให้อยู่ที่บ้านนายรอจนพระสึก พอพระสึกเขาก็จะไปจัดงานแต่งให้เลย พ่อกับแม่ให้นายบวชหนึ่งพรรษา แต่นายบวชได้ 19 วัน เขาก็ตามจิ๋วไปที่หาดใหญ่ จนเพื่อนที่โน่นโทรมาบอกนา นาจึงตามไปที่หาดใหญ่ จิ๋วเลยให้นายเลือกว่าจะเอาใครเพราะอยู่สามคนแบบนั้นไม่ได้แล้ว ถ้าเลือกอยู่กับนาก็ไปอยู่กับมันเลย ไปแต่งงานกับนาเลย ถ้าอยากจะคบกันกับพี่ ถ้าคิดถึงกันก็โทรมาหากันก็ได้ แอบไปคบกันแอบไปนอนด้วยกันก็ได้ แต่ถ้าพี่มีใครก็อย่ามาว่า"

สุดท้ายนายยอมเลือก นายจะอยู่กับจิ๋ว จิ๋วก็บอกว่า ถ้าอยู่กับพี่เธอต้องเลิกติดต่อนาต้องเลิกติดต่อคนอื่นทุกคนพอตกลงอยู่ด้วยกัน นายก็ไม่ได้ติดต่อใครเลย ตอนแรกนาก็โทรมาป่วน โทรมากวน พออยู่ด้วยกันจนท้องจนมีลูกแล้ว เลยอยู่ด้วยกันมาจนทุกวันนี้ นายก็ไม่มีเรื่องผู้หญิง เราไม่เคยทะเลาะกันเรื่องผู้หญิง เราก็ไม่เคยมีกิ๊ก ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องผู้ชายเลย ก็อยู่กันจนทุกวันนี้" แล้วเราก็ย้ายมาทำงานกันที่จังหวัดระยอง เลิกทำงานแบบเดิม


เธออาจโชคดีที่เป็นหนึ่งในคนที่ความสัมพันธ์ราบรื่น แต่จิ๋วก็คงไม่เคยลืมว่าจุดเริ่มต้นของความพันธ์ของพวกเขาเริ่มมาจากสิ่งใด


เรียนรู้จากเรื่องของจิ๋ว


การมีความสัมพันธ์ทับซ้อนกับแฟนของเพื่อน และเพื่อนคนนั้นยังเป็นเพื่อนที่กินนอนด้วยกัน ดูช่างเป็นตลกร้ายในชีวิตที่จิ๋วกับนาย ได้ทำกับนา

ความไร้เดียงสา ที่นาช่างเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้โดยไม่ได้ดูกาลเทศะ กระตุ้นให้อีกฝ่ายเกิดอารมณ์ร่วม จิ๋วจึงกระโดดเข้าไปในเกมรักครั้งนี้ และนายเองก็อยาก “ลอง” ทั้งสองจึงสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม จนยุ่งเหยิง สุดท้าย นาเองกลับเป็นฝ่ายพ่ายรักอย่างสิ้นเชิง

หากเธอเรียนรู้ที่จะหยุดพูด และเก็บงำบ้าง เธออาจไม่ต้องสูญเสียคนรัก และลงเอยแบบนี้ สิ่งสำคัญที่สะท้อนจากเรื่องราวของคนทั้งสาม คือความอ่อนแอทางศีลธรรม

หากพวกเขาตระหนักกว่านี้สักนิด ความสัมพันธ์ทับซ้อนแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น


“เมื่อศีลธรรมลดถอย เราสามารถทำเรื่องผิดมหันต์ได้อย่างสามัญ การมีศีลจึงเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ที่ควรตระหนักทุกลมหายใจ”

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น